นักพัฒนาเกมมักใช้เวลาทั้งวันไปกับการสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่แปลกใหม่และเน้นเรื่องราว แต่เมื่อพูดถึงเวลาเล่นส่วนตัว รสนิยมของพวกเขากลับเอนเอียงไปทางเกมที่มีการแข่งขันสูงอย่างเข้มข้น William Pugh สมองกลเบื้องหลังเกมไขปริศนาเนื้อเรื่องที่ได้รับคำชมอย่างล้นหลามอย่าง The Stanley Parable และหัวหน้าสตูดิโอ Crows Crows Crows เพิ่งเปิดเผยถึงรายชื่อเกมที่ติดตั้งไว้บนเครื่องเล่นเกมของเขาในปัจจุบัน แม้ว่าแฟนๆ อาจจะคาดหวังว่าจะได้เห็นเกมอินดี้แนวทดลองผสมผสานกันอย่างหลากหลาย แต่คลังเกมส่วนตัวของ Pugh กลับเผยให้เห็นมุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับความย้อนแย้งในเวลาว่างของนักพัฒนาเกม
เกมที่เขาเล่นมากที่สุดเกมหนึ่งคือ Dota 2 มหajima เกมแนวต่อสู้ออนไลน์แบบผู้เล่นหลายคนในสังเวียน (MOBA) ในตำนานของ Valve Pugh มีเวลาเล่นที่น่าทึ่งถึงกว่า 1,600 ชั่วโมงในเกมกลยุทธ์ที่ขึ้นชื่อว่าซับซ้อนและเล่นยากจนต้องกุมหัว แทนที่จะมองเกมนี้ในแง่โรแมนติก นักพัฒนาเกมรายนี้กลับให้การประเมินความสัมพันธ์ของเขากับเกม MOBA นี้อย่างตรงไปตรงมาและลึกซึ้ง โดยไม่ได้บรรยายว่ามันคือความรักที่ทำด้วยใจรัก แต่กลับเป็นประสบการณ์ที่ขับเคลื่อนด้วยความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะเป็นผู้ชนะและความหงุดหงิดล้วนๆ
มุมมองที่ตรงไปตรงมานี้เน้นย้ำให้เห็นว่าเกมผู้เล่นหลายคนแบบแข่งขันนั้นมีความดื่มด่ำและท้าทายมากเพียงใด แม้กระทั่งสำหรับผู้คร่ำหวอดในวงการที่ออกแบบเรื่องราวแบบมีปฏิสัมพันธ์เป็นอาชีพก็ตาม แม้ว่าสตูดิโอของ Pugh จะมุ่งเน้นไปที่การเขียนบทที่ชาญฉลาด อารมณ์ขันแบบเหนือจริง และทิศทางศิลปะที่โดดเด่น แต่นิสัยการเล่นเกมส่วนตัวของเขากพิสูจน์ให้เห็นว่าแม้แต่จิตใจที่สร้างสรรค์ที่สุดก็ยังหลีกหนีไม่พ้นการไต่อันดับอย่างไร้ที่สิ้นสุดในวงการอีสปอร์ตที่มีการแข่งขันสูง สิ่งนี้ทำหน้าที่เป็นเครื่องเตือนใจว่านักพัฒนาที่เราชื่นชมมักจะมีความสัมพันธ์แบบรักๆ เกลียดๆ กับสนามรบออนไลน์ที่เราชื่นชอบเช่นเดียวกับชุมชนที่เล่นเกมเหล่านั้น
รายงานต้นฉบับ: PCGamer ล่าสุด