เป็นเวลาหลายปีแล้วที่กลุ่มแฟนๆ ผู้คลั่งไคล้ในคอมมิวนิตีเกมสวมบทบาทได้รณรงค์ให้ Bethesda ยอมให้สตูดิโออื่นมาจับบังเหียนซีรีส์แฟนตาซีในตำนานของตน เช่นเดียวกับที่ Obsidian Entertainment เคยทำกับ Fallout: New Vegas เมื่อปี 2010 ส핀ออฟเกมนั้นสร้างฐานแฟนคลับที่เหนียวแน่นและยังคงได้รับการยกย่องจากหลายคนว่าเป็นจุดสูงสุดด้านเนื้อเรื่องของแฟรนไชส์ยุคหลังหายนะ อย่างไรก็ตาม เมื่อย้อนนึกถึงวันเหล่านั้น เคิร์ต คูลห์มันน์ อดีตนักออกแบบของ Bethesda ได้ให้มุมมองบางประการว่าทำไมเหตุการณ์พิเศษทำนองนั้นจึงอาจไม่เกิดขึ้นซ้ำสอง
ระหว่างการสนทนาเมื่อเร็วๆ นี้ คูลห์มันน์ได้แตะถึงพลวัตภายในของสตูดิโอ โดยระบุว่า ท็อดด์ ฮาเวิร์ด ผู้กำกับ ให้ความสำคัญกับทรัพย์สินทางปัญญาชิ้นนี้เป็นอย่างมากและทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลเอกลักษณ์ของมันอย่างเข้มงวด จากคำบอกเล่าของนักพัฒนาผู้มากประสบการณ์รายนี้ ฮาเวิร์ดปกป้องตำนานและทิศทางของโลกในเกมอย่างเต็มที่ ซึ่งบ่งบอกถึงความลังเลที่จะสร้างเงื่อนไขเดิมขึ้นมาใหม่ซึ่งเคยเปิดทางให้ทีมภายนอกสร้างเกมภาคแยกในจักรวาลหลักของ Bethesda
จุดยืนในการปกป้องนี้ช่วยอธิบายว่าทำไมโครงการต่อๆ มาทั้งในซีรีส์โลกหลังหายนะและซีรีส์แฟนตาซีจึงยังคงอยู่ภายใต้การดูแลภายในบริษัทอย่างเหนียวแน่น แม้ว่าผลงานคลาสสิกของ Obsidian จะยังคงเป็นข้อยกเว้นอันเป็นที่รักในประวัติศาสตร์ของนักพัฒนา แต่ทีมงานที่รับผิดชอบกลับชอบที่จะถือหางเสือควบคุมแฟรนไชส์เรือธงของตนเองโดยตรง สำหรับแฟนๆ ที่หวังจะได้เห็นมุมมองเชิงสร้างสรรค์ใหม่ๆ เกี่ยวกับทามริเอลจากนักพัฒนาภายนอก คำกล่าวของคูลห์มันน์บ่งชี้ว่าการร่วมมือกันเช่นนั้นยังคงเป็นไปได้ยากยิ่งสำหรับภาคต่อๆ ไปในอนาคต
ในขณะที่ผู้เล่นต่างเฝ้ารอคอยข่าวคราวเพิ่มเติมเกี่ยวกับเกมภาคต่อมหากาพย์แฟนตาซีที่รอคอยกันมานาน การทำความเข้าใจปรัชญาเบื้องหลังการสร้างสรรค์ช่วยให้เห็นภาพการดำเนินงานของสตูดิโอ ความมุ่งมั่นของ Bethesda ในการรักษาการควบคุมโลกเสมือนจริงของตนโดยตรงช่วยให้มั่นใจได้ว่าจะยังคงวิสัยทัศน์ที่เป็นหนึ่งเดียวอย่างสม่ำเสมอ แม้ว่าจะหมายถึงการปล่อยให้รูปแบบเฉพาะตัวของการทดลองภายนอกที่แฟนๆ ชื่นชอบกลายเป็นเรื่องในอดีตก็ตาม
รายงานต้นฉบับ: PCGamer ล่าสุด